วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

ความประเสริฐของชีวิต

ท่านอีมาม ซาซีลี ได้สั่งเสียศิษย์ ให้ขอพรต่ออัลลอฮ์ ด้วยดุอาอฺ ว่า أللهم هب لنا الحكمة البالغة مع الحياة الطيبة والموتة الطاهرة
ความว่า โอ้ อัลลอฮฺ โปรด ประทานแก่ขาพระองค์ ความรู้ที่สูงทรงในชีวิตที่แสนดี และในการตายที่บริสุทธิ์
สหายของท่านอีมาม อัลบันนา ได้ถามถึงความหมายที่ว่า ชีวิตที่แสนดีและการตายที่บริสุทธิ์ นั้นคืออะไร
อัลบันนาได้ตอบว่า ชีวิตที่แสนดีนั้นคือ การทุมเทชีวิตในหนทางของอัลลออฮฺ การชักชวนทำความดี ห้ามปรามสิ่งชั่วร้าย ส่วนการตายที่บริสุทธิ์คือซาเหด (พลีชีพเพื่ออัลลอฮ์)
จากนั้นท่านอัลบันนาได้สั่งเสียให้สหายของท่านเพื่อขอพรต่ออัลลอฮฺเพื่อประทานความดีในชีวิตและตายที่บริสุทธิ์
ท่านคอลิด บินวาลิดได้เปรียบเทียบว่าบนเตียน(ในบ้าน)เหมือนการตายของสัตว์เดรฉาญ

ฟาตีมะห์ บินตี มูหำมัด

فاطمة الزهراء

ฟาตีมะห์ อัซซะห์ราอฺ

ชื่อ ฟาตีมะห์ บินตี มูหำมัด บิน อับดุลเลาะห์ มารดา ชื่อ คอดีญะห์
เกิดเมื่อปีที่ 18 ก่อนฮิจเราะห์ เป็นปีที่ชาวอาหรับกุเรซมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจาก กะบะห์ ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท้วม และในที่สุดชาวกุเรซเห็นตรงกันที่ให้มุหำมัดเป็นผู้ชี้ขาดในการแก้ปัญหาคือการวางหินดำ ไว้ ณ ที่เดิม แต่นบีมุหำมัดได้เชิญตัวแทนชนเผ่าต่างมาถือหินดำร่วมกันไว้ ณ ที่เดิม ปัญหาทุกอย่างสงบลงด้วยดี และชาวอาหรับทุกเผ่าต่างก็ยกย่องท่านนบีในขณะนั้นอายุ 35 ปี ในวันนั้นนบีก็มีความสุขที่สามารถแก้ปัญหาได้โดยกลับมาหาครอบครัวเพื่อจะบอกข่าวดีให้ภรรยาสุดที่รักแต่พอกลับมาถึงบ้านท่านได้รับข่าวดีอีกครั้ง ด้วยการลืมตาดูโลกของบุตรีแห่งดวงใจ คือ ฟาตีมะห์ อัซซะห์ราอฺ
ฟาตีมะห์ เป็นลูกนบีมุหำมัด คนที่ รอกียะห์ และไซนับ เป็นพี่สาว
ฟาตีมะห์ เป็นลูกสาวที่นบีมุหำมัดและคอดีญะห์รักมากที่สุด
ฟาตีมะห์ มีหน้าตา เหมือน นบีมากที่สุด
เมื่อท่านฟาตีมะห์อายุได้ 5 ปี ท่านได้เห็นท่านนบีเข้าไปถือศิล ในถ้ำหิรอจ และช่วงแรกๆของการเป็นรอซูล ของนบีมุหำมัด และในปีนั้น นบีมุหำมัดได้ประกาศสารแห่งอิสลามให้สาธารณชนได้รับทราบ เพื่อมนุษยชาติกลับมาจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์ และปฏิเสธบูชาเจว็ด ท่านฟาตีมะห์ได้เห็นจุดกำเนิดของอิสลาม ได้รับรู้ความยากลำบาก ความอดทน ในการเผยแผ่ศาสตร์แห่งอิสลาม ของท่าน นบี
ฟาตีมะห์ เป็นคนที่กล่าวคำซาฮาดะห์ ในช่วงแรกๆ และตั้งอายุ ยังเยาววัย และไม่เคยประพฤติสิ่งที่ไม่ดี
ฟาตีมะห์ สูญเสียมารดาสุดที่รักเมื่ออายุ / ปี ท่านได้ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากท่านได้ช่วยท่านนบีแทนคอดีญะห์ ท่านเป็นผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบสูงตั้งแต่อายุยังน้อย ในช่วงแรกๆ ของการเผยแพร่ศาสนาอิสลามของท่านนบี ได้รับการทำร้ายสารพัดอย่างจากพวกกุเรซเป็นเวลา 13 ปี และอัลลอฮ์ ทรงบัญชาให้อพยพ ไปเมืองยัสริบ ( มาดีนะห์ ปัจจุบัน ) แต่ฟาตีมะห์ รอกียะห์และสาวดะห์ ( ภรรยาคนที่ 1 หลังเสียชีวิตของคอดีญะห์ ) ได้อพยพภายหลัง ไซด บินฮารีซะห์เป็นผู้นำทาง
เมื่อฟาตีมะห์เข้าสู่วัยสาวอย่างเต็มตัว อายุ19 ปีบรรดาแกนมุสลิมต่างก็มีความประสงค์ที่เป็นเขยของท่านนบี ตั้งแต่ อบูบักร และอุมาร์ บิน อัล คอตตอบ เข้ามาสู่ขอ ฟาตีมะห์ แต่ท่านนบีได้ปฏิเสธไป จนทุกคนในบรรดาแกนนำมุสลิมได้เสนอให้อาลีมาสู่ขอ เพราะเห็นว่าอาลีมีความเหมาะสมมากที่สุด อาลีเข้ามาหาท่านนบีด้วยความเกรงและละอายอย่างมากเพราะกลัวท่านนบีจะปฏิเสธอย่างอบูบักรและอุมาร์ แต่กลับตรงกันขามนบีได้ตอบรับคำขอและได้ถามอาลี ว่ามีสิ้นทรัพย์อะไรบ้าง อาลีตอบมีแต่เสื้อเกราะตัวเดี่ยว นบีให้อาลีไปขายเพื่อนำเงินมาจัดงานแต่งงานเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านนบี บรรดาซอฮาบะห์ต่างก็จะช่วยกันซื้อเสื้อเกราะตัวนั้นแต่พออุสมานรู้( มหาเศษฐีกุเรซ)ขอซื้อด้วยเงิน 470 ดัรฮัม อาลีได้นำเงินนั้นมาจัดเป็นเรือนหอและซื้อเครื่องสำอาญ สวนค่าสินสอด 400 เรียญเงิน หลังพิธีแต่งงานอาลีได้สุยุดสุโกร์ และท่านฮำซะห์ (ลงท่านนบี ให้แกะ สองตัว เพื่อจัดงานเลี้ยงวาลีมะห์
อาลี บินอาบีตอเล็บ เป็นผู้ที่โดงดั่ง เป็นแรกๆ ที่รับอิสลาม อาลีเป็นผู้ที่นบีประกาศว่าเป็นชาวสวรรค์สิบคน และเป็นหนึ่งในหกของทีปรึกษาท่านนบี
หลังจากแต่งงานหนึ่งปี อัลลอฮประทานรอซกี คนที่ หนึ่ง คือ ฮาสัน บิน อาลี และลูกคนที่ สองคือ ฮูเซน ส่วนลูกคนที่ สาม คือ มุฮ์ซิน ( เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก) คนที่ สี คือไซนับ คนที่ห้าคืออุมมูกัลซูม
ฟาตีมะห์ เสียชีวิตหลังจากนบีเสียชีวิต 6 เดือน คืนวันอังคาร วันที่ สาม เดือน รอมาฎอน ปีที่ 11 ฮิจเราะห์ อายุได้ 29 ปี